อยากเก่งภาษาอังกฤษ.. ทำไงดี
posted on 12 Oct 2008 09:44 by kutzuki in Draft
นี่เป็น 2nd edition นะครับ 55+ คุงได้รีไรท์ใหม่รอบนึงแล้ว... เพื่อปรับให้เหตุการณ์เป็นปัจจุบันที่สุด และเพิ่มเทคนิคขึ้น อีกทั้งยังปรับปรุงภาษาให้ดูเป็นคนมากขึ้น 555+ สำหรัีบคนอยากอ่าน 1st edition ก็มีใน tipzhowto.com นะครับ ซึ่งตอนนี้ปิดรับสมัคร ถ้าใครมีแอคเค้าที่นั่นไปเปิดดูก็ได้ เพราะไม่คิดจะเผยแพร่ที่อื่น ตอนนั้นตั้งใจเขียนลงที่ tipz จริงๆ 555+ และภายในกระทู้นั้นก็มี suggesstion ของสมาชิกท่านอื่นๆด้วย (ลิ้งจ้าาา)
หมายเหตุ : เอนทรี่นี้ไม่ได้โปรโมท หรือพาดพิงถึงสถาบันสอนภาษาแห่งใดทั้งสิ้น และ คุงก็ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียเรื่องผลประโยชน์กับสิ่งต่างๆที่จะกล่าวขึ้นมาในเอนทรี่นี้นะจ๊ะ 555+ และอีกเรื่องคุงจะไม่ได้จะสอนแกรมม่า แต่จะแนะนำเทคนิคการเรียนภาษาอังกฤษมากกว่า เพราะแกรมม่า แปปเดียวก็เก่งแล้ว! ดูอย่างคุงดิ ไม่ได้เรียนพิเศษอังกฤษที่ไหน สอบวัดระดับความรู้อังกฤษก็ติด top 5 อันดับต้นๆ (ยกตัวเองได้อีก 55+ โอเค เค้าไม่พูดละ) และใช้ภาษาอังกฤาได้ดีกว่าภาษาไทยซะอีก 555+ ตอน
ม.2 ติด AFS , TYES top 100 ของประเทศ (พูดดูยิ่งใหญ่มาก แต่เปล่า ก็ปลายๆอ่ะแหระช่วง 50-80 เนี่ยแหละ กร๊ากกก)
เรียนให้สนุกด้วยการ ดูหนัง! อ๊ะ ดูหนังใครก็ชอบใช่ปะละ ขนาดคุงเป็น internet addicted ยังชอบดูหนังเลย 555+ เพราะว่ามันเพลิดเพลินดีเนอะ... ขอแนะนำหาซื้อ DVD หนังฝรั่งครับ (เราจะเรียนอังกฤษ คงไม่ซื้อหนังญี่ปุ่นหรอกนะ 55+) แล้วก็ฟังภาษาอังกฤษ แล้วปิดซับไตเติ้ลนะครับ... ใครที่คิดว่าดูหนังฝรั่ง เปิดซับแล้วจะได้อะไรจากหนังละก็ คิดผิดเลย! เพราะตอนเราดูหนัง เราก็จะมัวแต่อ่านซับ ไม่ได้เพ่งสมาธิไปฟังมันพูดเท่าไหร่ ถูกปะ? แล้วพอเราดูหนังเนี่ย quotes คำพูดมันไปเลย แบบประโยคไหนโดนใจวัยรุ่นอย่างเราๆ ก็จดๆ แล้วพูดตาม หนังโรแมนติก มีประโยคกินใจเยอะจะตาย คุงโคตรชอบเลย 555+ (เป็นพวกน้ำเน่า) ฝึกพูดตามไปก็ได้น๊า สมมุติเราเป็นพระเอก นางเอก ตัวร้าย ปีศาจในเรื่อง แล้วพูดตามกับตัวเองเบาๆ จะช่วยให้เราได้ฝึกการฟัง และ การพูดได้ดีเลยทีเดียว
บ้านใครติด UBC นี่ได้เปรียบนะ! ช่อง StarWorld ไรงี้เอาซีรี่ย์สนุกๆ มาเยอะแยะเลย อย่าง Heroes , Gossip Girls , Ugly Betty , Doctor who ไรงี้ 555+ มันเยอะแยะอ่ะ แถมเป็นวัยรุ่นกว่าด้วย สำเนียงก็ฟังง่าย สุนกสนานเฮฮา ตลกๆ 555+
คุงเป็นคนชอบฟังเพลง , ดูเอ็มวี , ชอบดูดารา , ชอบฟังเวลาดาราให้สัมภาษณ์ 555+ , ชอบแฟชั่น คุงเลยชอบดูรายการทีวีด้วย.. เช่น MTV TRL , American Idol , American Next Top Model , Janice Dickinson modeling agency , Tyra Banks Show , บลาๆ รายการพวกนี้ อย่าง MTV TRL ไรงี้ก็ทำให้เราได้อัพเดทข่าวเพลงใหม่ และได้คำศัพท์วัยรุ่นๆ เยอะเลยน๊าาาา~ >w< แล้วพวก talk show นี่ก็แบบ อืมมม ถ้ามีดาราที่เราชอบมาให้สัมภาษณ์เราก็จะรู้สึกลัลล้าใช่ปะละ 555+
หลังจากหัดทำอะไรบันเทิงๆ มาแล้ว เราก็มาฝึกอย่างจริงจัง ด้วยการ 'หัดเขียน' กันครับ! บางคนอาจจะคิดว่าการเขียนไม่จำเป็น แค่พูดและฟังออกก็พอ... คุณคิดผิดอย่างหนัก!!!!!!!!!!!!!!!! เพราะว่าเวลาเราจะสอบทุนอะไรงี้ใช่ปะ มันก็จะมีให้เราเขียน essay แล้วใครเรียนมหาลัย ภาคอินเตอร์ (มีพี่ที่รู้จักเล่าให้ฟัง) ก้ชอบได้เขียน essay ภาษาอังกฤษ เป็นประจำ... อันนี้ใครเรียนนานาชาติ , EP , หรือภาคอินเตอร์ใดๆ ก็ตาม ได้เปรียบอย่างแรง ก็แหม ร.ร. ปกติอาจารย์ขี้เกียจตรวจ essay ภาษาอังกฤษจะตาย ชิมิละ 555+ แต่ก่อนคุงก็เคยเรียน , อาจารย์ที่สอนสังคม , สอนภาษาอังกฤษชอบ สั่งให้เขียน essay เป็นแบบ homework assignment ไรงี้ ใครลอกกันก็ได้ F ไม่ก็โดนหักคะแนนไปเลย! ซึ่งอย่างมากคือ ปรึกษากันได้ แต่ไม่ให้ลอกกัน อย่างไรก็ตาม, ใครอยากเขียนอะไรอยากส่งให้คุงอ่านก็ได้นะครับ ส่งผ่าน ems เดี๋ยวคุงจะอ่านและคอมเม้น จุดผิดจุดบกพร่องให้ :)
เหลือหัดอะไรอีก... เอ้อ หัดอ่านนนนน อ่านพวกนิยาย , fanfiction (วาย 55+) , หนังสือพิมพ์ , นิตยสาร บลาๆ
ในตอนแรกๆ คุงคิดว่าควรจะเริ่มจากอ่านนิยายก่อนนะครับ คุงอ่าน Harry Potter ทุกเล่มเป็นภาษาอังกฤษก่อนเสมอ 55+ (ยกเว้นเล่ม 1 นะเค้าอ่านอังกฤษหลังจากอ่านภาษาไทยจบไป 1 รอบ 55+) เจอคำศัพท์ยากๆอย่าตกใจ! dictionary คู่ใจใช้ได้ทุกเมื่อออ~ อย่าดูถูกตัวเองโดยเด็ดขาดว่าตัวเองอ่อน , อ่านไม่รู้เรื่องหรอก ลองคิดว่าเ้ราทำได้ดูสิครับ! แล้วจะลัลล้า 555+ และอ่านภาษาไทยซ้ำเพื่อ check point ว่าเราเข้าใจตรงกันปะ ไรงี้ และจดจำบางสำนวนที่เค้าแปลไทยออกมาด้วย เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะรู้ทุกๆสำนวน และรู้คำศัพท์ทุกตัว ขนาดฝรั่งเองยังต้องพึ่ง dictionary เหมือนกับคนไทยต้องเปิดพจนานุกรมไทย-ไทย นั่นแหละครับ!
แนะนำนะครับ แรกๆอย่าเพิ่งอ่านหนังสือพิมพ์เลย มันทำให้เรางงมาก โดยเฉพาะคอลัมน์ เศรษฐกิจ ไรงี้ โฮกมาก คำศัพท์ economics เต็มไปหมด เป็นลมมมม 55+
คุงว่านิยายวัยรุ่นสนุกๆ ที่ควรค่าแก่การอ่านก็มีพวก : gossip girl , princess diaries , devil wears prada , โอ๊ยยย เยอะแยะครับ อย่าริอ่านหนังสือประัวัติศาสตร์หรือนิทานเก่าๆเป็นอันขาดถ้าเราไม่เชี่ยว คุงเคยซื้อหนังสือพวกนี้มา อ่านแบบ เห้ยศัพท์นี้แปลว่าไรวะ แบบ งงเกือบทุกคน แถมเดายากมาก คือแบบ มันแก่เกินไปสำหรับคุง 5555+
หัดพูด... พูดกะใครดี ประเทศไทยไม่ได้มีฝรั่งซะหน่อย.. พูดกับตัวเองในกระจกไงครับ! 55+ ดูโรคจิตแต่โอเคนะ 555+ แถมได้เห็นหน้าตัวเองด้วย แล้วดูว่าเราขยับปาก , ออกเสียงถูกรึเปล่า อะไรงี้ ฝึกพูดกับพี่ๆน้องๆ... พี่สาวคุงเป็นทันตแพทย์น่ะครับ แต่ว่าแบบทำงานโรงบาลเอกชน เจอฝรั่งทุกวัน คุงก็เลยชอบคุยกับเค้าเป็นภาษาอังกฤษ สนุกดีออก เฮฮาทั้งพี่ทั้งน้อง 555+ หรือแนะนำเลย... ทำตัวเสร่อ โดดเด่นที่สุดในห้องเรียน ยกมือตอบคำถามเสมอ ตอนม.ต้น ที่คุงเรียนทุกคลาสเป็นภาษาอังกฤษหมด อาจารย์ฝรั่งก็ชอบแบบถามให้เสนอแนะ หรือแสดงข้อคิดเห็นใช่ปะ คุงก็ชอบเสร่อ ยกมือทุกครั้ง จนเด่นสุดๆในห้อง 55555+ เป็นการฝึกให้เราหน้าด้าน และ ฝึกพูดไปในตัวด้วย
หลังจากหัดทั้งหลายแหล่แล้ว... ต่อไปเราก็ควรจะปรับปรุงทัศนคติที่เรามีต่อวิชานี้ด้วยการ
1. พยายามรักอาจารย์ที่สอนซะนะ! ; ถึงแม้เค้าจะน่ารำคาญไปยังไงก็ตาม เราต้องผูกมิตรกับเค้า และเราจะมีความสุขกับการเรียน สงสัยตรงไหนก็ถามได้
2. ทำตัวให้เด่น เป็นศิษย์รักของอาจารย์ซะ! ; อ่านหนังสือพี่หนูดี.. เค้าแนะนำว่า "เดินไปหาอาจารย์ตอนต้นเทอมแล้วบอกว่า ชั้นจะเอา A ในวิชาของคุณ"
3. แนะนำให้หาซื้อสมุดโน้ตน่ารัก จดคำศัพท์โดนใจในแต่ละวัน จากอะไรก็ได้ จากอาจารย์ , จากเพื่อน , จากทีวี จากเพลง หรืออะไรก็แล้วแต่ ; จดวันละ 2 คำก็ได้ครับ เดือนนึงเราก็ได้ตั้ง 60 คำแล้ว ปีนึงเราก็ได้ตั้ง 730 คำแน่ะ~ จดไปอย่าจดไปแปะเป็นวอลเปเปอร์บ้านนะครับ หมั่นทบทวนด้วย แล้วเราจะช่ำชองแบบสุดๆ โฮะๆๆ
4. อาจารย์เค้าสั่งการบ้านมา ก็ทำให้เค้า เป็นการฝึกฝน และยิ่งถ้าเป็นงานเขียนยิ่งควรจะทำเลย! ตกแต่งไปเหอะตามใจเรา แล้วเราจะสนุก
5. พยายามทำใจให้รับคำติให้ได้ ; คุงเคยเขียน essay วิชาสังคม แล้วได้แค่ A ในขณะที่เพื่อนคุงคนนึงได้ A+ ซึ่งคุงอ่านของเค้าแล้ว เค้าก็เขียนแบบเสนอทัศนคติได้แบบ (คิดเข้าข้างตัวเองว่า.. คุงว่าคุงทำได้ดีกว่านะ) แล้ว ภาษาคุงก็ดีกว่า คุงเลยเดินไปถามอาจารย์เลยว่าทำไมเป็นยังงี้อาจารย์แกก็พล่ามๆมา 55+ ตอนนั้นคุงรู้สึกหงุดหงิดมาก แบบ รับฟังไป กลับบ้านแก้ใหม่หมดเลย ตามที่เค้าบอก แต่ว่าตอนก่อนจะทำก็ก่นด่าอาจารย์ไป 55+ แต่พอนั่งเขียนๆใหม่รู้ได้เลยว่า 'เออ จริงๆด้วย กูน่าจะเขียนยังงี้แต่แรกนะ'
Misc.
หาเพื่อนออนไลน์เป็นคนต่างชาติคุยแก้เซ็งสิ ถ้าอยู่ประเทศไทยไม่มีเพื่อนฝรั่ง 55+
ฟังเพลง.. << ไม่ได้ช่วยพัฒนาเท่าไหร่นะ แต่มันเพลิน + ทำให้เราได้ฝึกสำนวนดี ฟังตอนอาบน้ำไรงี้ก็ได้ 55+ แต่คุงติดเพลงมาก ฟังตลอดๆ
หมายเหตุ : เอนทรี่นี้ไม่ได้โปรโมท หรือพาดพิงถึงสถาบันสอนภาษาแห่งใดทั้งสิ้น และ คุงก็ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียเรื่องผลประโยชน์กับสิ่งต่างๆที่จะกล่าวขึ้นมาในเอนทรี่นี้นะจ๊ะ 555+ และอีกเรื่องคุงจะไม่ได้จะสอนแกรมม่า แต่จะแนะนำเทคนิคการเรียนภาษาอังกฤษมากกว่า เพราะแกรมม่า แปปเดียวก็เก่งแล้ว! ดูอย่างคุงดิ ไม่ได้เรียนพิเศษอังกฤษที่ไหน สอบวัดระดับความรู้อังกฤษก็ติด top 5 อันดับต้นๆ (ยกตัวเองได้อีก 55+ โอเค เค้าไม่พูดละ) และใช้ภาษาอังกฤาได้ดีกว่าภาษาไทยซะอีก 555+ ตอน
ม.2 ติด AFS , TYES top 100 ของประเทศ (พูดดูยิ่งใหญ่มาก แต่เปล่า ก็ปลายๆอ่ะแหระช่วง 50-80 เนี่ยแหละ กร๊ากกก)
เรียนให้สนุกด้วยการ ดูหนัง! อ๊ะ ดูหนังใครก็ชอบใช่ปะละ ขนาดคุงเป็น internet addicted ยังชอบดูหนังเลย 555+ เพราะว่ามันเพลิดเพลินดีเนอะ... ขอแนะนำหาซื้อ DVD หนังฝรั่งครับ (เราจะเรียนอังกฤษ คงไม่ซื้อหนังญี่ปุ่นหรอกนะ 55+) แล้วก็ฟังภาษาอังกฤษ แล้วปิดซับไตเติ้ลนะครับ... ใครที่คิดว่าดูหนังฝรั่ง เปิดซับแล้วจะได้อะไรจากหนังละก็ คิดผิดเลย! เพราะตอนเราดูหนัง เราก็จะมัวแต่อ่านซับ ไม่ได้เพ่งสมาธิไปฟังมันพูดเท่าไหร่ ถูกปะ? แล้วพอเราดูหนังเนี่ย quotes คำพูดมันไปเลย แบบประโยคไหนโดนใจวัยรุ่นอย่างเราๆ ก็จดๆ แล้วพูดตาม หนังโรแมนติก มีประโยคกินใจเยอะจะตาย คุงโคตรชอบเลย 555+ (เป็นพวกน้ำเน่า) ฝึกพูดตามไปก็ได้น๊า สมมุติเราเป็นพระเอก นางเอก ตัวร้าย ปีศาจในเรื่อง แล้วพูดตามกับตัวเองเบาๆ จะช่วยให้เราได้ฝึกการฟัง และ การพูดได้ดีเลยทีเดียว
บ้านใครติด UBC นี่ได้เปรียบนะ! ช่อง StarWorld ไรงี้เอาซีรี่ย์สนุกๆ มาเยอะแยะเลย อย่าง Heroes , Gossip Girls , Ugly Betty , Doctor who ไรงี้ 555+ มันเยอะแยะอ่ะ แถมเป็นวัยรุ่นกว่าด้วย สำเนียงก็ฟังง่าย สุนกสนานเฮฮา ตลกๆ 555+
คุงเป็นคนชอบฟังเพลง , ดูเอ็มวี , ชอบดูดารา , ชอบฟังเวลาดาราให้สัมภาษณ์ 555+ , ชอบแฟชั่น คุงเลยชอบดูรายการทีวีด้วย.. เช่น MTV TRL , American Idol , American Next Top Model , Janice Dickinson modeling agency , Tyra Banks Show , บลาๆ รายการพวกนี้ อย่าง MTV TRL ไรงี้ก็ทำให้เราได้อัพเดทข่าวเพลงใหม่ และได้คำศัพท์วัยรุ่นๆ เยอะเลยน๊าาาา~ >w< แล้วพวก talk show นี่ก็แบบ อืมมม ถ้ามีดาราที่เราชอบมาให้สัมภาษณ์เราก็จะรู้สึกลัลล้าใช่ปะละ 555+
หลังจากหัดทำอะไรบันเทิงๆ มาแล้ว เราก็มาฝึกอย่างจริงจัง ด้วยการ 'หัดเขียน' กันครับ! บางคนอาจจะคิดว่าการเขียนไม่จำเป็น แค่พูดและฟังออกก็พอ... คุณคิดผิดอย่างหนัก!!!!!!!!!!!!!!!! เพราะว่าเวลาเราจะสอบทุนอะไรงี้ใช่ปะ มันก็จะมีให้เราเขียน essay แล้วใครเรียนมหาลัย ภาคอินเตอร์ (มีพี่ที่รู้จักเล่าให้ฟัง) ก้ชอบได้เขียน essay ภาษาอังกฤษ เป็นประจำ... อันนี้ใครเรียนนานาชาติ , EP , หรือภาคอินเตอร์ใดๆ ก็ตาม ได้เปรียบอย่างแรง ก็แหม ร.ร. ปกติอาจารย์ขี้เกียจตรวจ essay ภาษาอังกฤษจะตาย ชิมิละ 555+ แต่ก่อนคุงก็เคยเรียน , อาจารย์ที่สอนสังคม , สอนภาษาอังกฤษชอบ สั่งให้เขียน essay เป็นแบบ homework assignment ไรงี้ ใครลอกกันก็ได้ F ไม่ก็โดนหักคะแนนไปเลย! ซึ่งอย่างมากคือ ปรึกษากันได้ แต่ไม่ให้ลอกกัน อย่างไรก็ตาม, ใครอยากเขียนอะไรอยากส่งให้คุงอ่านก็ได้นะครับ ส่งผ่าน ems เดี๋ยวคุงจะอ่านและคอมเม้น จุดผิดจุดบกพร่องให้ :)
เหลือหัดอะไรอีก... เอ้อ หัดอ่านนนนน อ่านพวกนิยาย , fanfiction (วาย 55+) , หนังสือพิมพ์ , นิตยสาร บลาๆ
ในตอนแรกๆ คุงคิดว่าควรจะเริ่มจากอ่านนิยายก่อนนะครับ คุงอ่าน Harry Potter ทุกเล่มเป็นภาษาอังกฤษก่อนเสมอ 55+ (ยกเว้นเล่ม 1 นะเค้าอ่านอังกฤษหลังจากอ่านภาษาไทยจบไป 1 รอบ 55+) เจอคำศัพท์ยากๆอย่าตกใจ! dictionary คู่ใจใช้ได้ทุกเมื่อออ~ อย่าดูถูกตัวเองโดยเด็ดขาดว่าตัวเองอ่อน , อ่านไม่รู้เรื่องหรอก ลองคิดว่าเ้ราทำได้ดูสิครับ! แล้วจะลัลล้า 555+ และอ่านภาษาไทยซ้ำเพื่อ check point ว่าเราเข้าใจตรงกันปะ ไรงี้ และจดจำบางสำนวนที่เค้าแปลไทยออกมาด้วย เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะรู้ทุกๆสำนวน และรู้คำศัพท์ทุกตัว ขนาดฝรั่งเองยังต้องพึ่ง dictionary เหมือนกับคนไทยต้องเปิดพจนานุกรมไทย-ไทย นั่นแหละครับ!
แนะนำนะครับ แรกๆอย่าเพิ่งอ่านหนังสือพิมพ์เลย มันทำให้เรางงมาก โดยเฉพาะคอลัมน์ เศรษฐกิจ ไรงี้ โฮกมาก คำศัพท์ economics เต็มไปหมด เป็นลมมมม 55+
คุงว่านิยายวัยรุ่นสนุกๆ ที่ควรค่าแก่การอ่านก็มีพวก : gossip girl , princess diaries , devil wears prada , โอ๊ยยย เยอะแยะครับ อย่าริอ่านหนังสือประัวัติศาสตร์หรือนิทานเก่าๆเป็นอันขาดถ้าเราไม่เชี่ยว คุงเคยซื้อหนังสือพวกนี้มา อ่านแบบ เห้ยศัพท์นี้แปลว่าไรวะ แบบ งงเกือบทุกคน แถมเดายากมาก คือแบบ มันแก่เกินไปสำหรับคุง 5555+
หัดพูด... พูดกะใครดี ประเทศไทยไม่ได้มีฝรั่งซะหน่อย.. พูดกับตัวเองในกระจกไงครับ! 55+ ดูโรคจิตแต่โอเคนะ 555+ แถมได้เห็นหน้าตัวเองด้วย แล้วดูว่าเราขยับปาก , ออกเสียงถูกรึเปล่า อะไรงี้ ฝึกพูดกับพี่ๆน้องๆ... พี่สาวคุงเป็นทันตแพทย์น่ะครับ แต่ว่าแบบทำงานโรงบาลเอกชน เจอฝรั่งทุกวัน คุงก็เลยชอบคุยกับเค้าเป็นภาษาอังกฤษ สนุกดีออก เฮฮาทั้งพี่ทั้งน้อง 555+ หรือแนะนำเลย... ทำตัวเสร่อ โดดเด่นที่สุดในห้องเรียน ยกมือตอบคำถามเสมอ ตอนม.ต้น ที่คุงเรียนทุกคลาสเป็นภาษาอังกฤษหมด อาจารย์ฝรั่งก็ชอบแบบถามให้เสนอแนะ หรือแสดงข้อคิดเห็นใช่ปะ คุงก็ชอบเสร่อ ยกมือทุกครั้ง จนเด่นสุดๆในห้อง 55555+ เป็นการฝึกให้เราหน้าด้าน และ ฝึกพูดไปในตัวด้วย
หลังจากหัดทั้งหลายแหล่แล้ว... ต่อไปเราก็ควรจะปรับปรุงทัศนคติที่เรามีต่อวิชานี้ด้วยการ
1. พยายามรักอาจารย์ที่สอนซะนะ! ; ถึงแม้เค้าจะน่ารำคาญไปยังไงก็ตาม เราต้องผูกมิตรกับเค้า และเราจะมีความสุขกับการเรียน สงสัยตรงไหนก็ถามได้
2. ทำตัวให้เด่น เป็นศิษย์รักของอาจารย์ซะ! ; อ่านหนังสือพี่หนูดี.. เค้าแนะนำว่า "เดินไปหาอาจารย์ตอนต้นเทอมแล้วบอกว่า ชั้นจะเอา A ในวิชาของคุณ"
3. แนะนำให้หาซื้อสมุดโน้ตน่ารัก จดคำศัพท์โดนใจในแต่ละวัน จากอะไรก็ได้ จากอาจารย์ , จากเพื่อน , จากทีวี จากเพลง หรืออะไรก็แล้วแต่ ; จดวันละ 2 คำก็ได้ครับ เดือนนึงเราก็ได้ตั้ง 60 คำแล้ว ปีนึงเราก็ได้ตั้ง 730 คำแน่ะ~ จดไปอย่าจดไปแปะเป็นวอลเปเปอร์บ้านนะครับ หมั่นทบทวนด้วย แล้วเราจะช่ำชองแบบสุดๆ โฮะๆๆ
4. อาจารย์เค้าสั่งการบ้านมา ก็ทำให้เค้า เป็นการฝึกฝน และยิ่งถ้าเป็นงานเขียนยิ่งควรจะทำเลย! ตกแต่งไปเหอะตามใจเรา แล้วเราจะสนุก
5. พยายามทำใจให้รับคำติให้ได้ ; คุงเคยเขียน essay วิชาสังคม แล้วได้แค่ A ในขณะที่เพื่อนคุงคนนึงได้ A+ ซึ่งคุงอ่านของเค้าแล้ว เค้าก็เขียนแบบเสนอทัศนคติได้แบบ (คิดเข้าข้างตัวเองว่า.. คุงว่าคุงทำได้ดีกว่านะ) แล้ว ภาษาคุงก็ดีกว่า คุงเลยเดินไปถามอาจารย์เลยว่าทำไมเป็นยังงี้อาจารย์แกก็พล่ามๆมา 55+ ตอนนั้นคุงรู้สึกหงุดหงิดมาก แบบ รับฟังไป กลับบ้านแก้ใหม่หมดเลย ตามที่เค้าบอก แต่ว่าตอนก่อนจะทำก็ก่นด่าอาจารย์ไป 55+ แต่พอนั่งเขียนๆใหม่รู้ได้เลยว่า 'เออ จริงๆด้วย กูน่าจะเขียนยังงี้แต่แรกนะ'
Misc.
หาเพื่อนออนไลน์เป็นคนต่างชาติคุยแก้เซ็งสิ ถ้าอยู่ประเทศไทยไม่มีเพื่อนฝรั่ง 55+
ฟังเพลง.. << ไม่ได้ช่วยพัฒนาเท่าไหร่นะ แต่มันเพลิน + ทำให้เราได้ฝึกสำนวนดี ฟังตอนอาบน้ำไรงี้ก็ได้ 55+ แต่คุงติดเพลงมาก ฟังตลอดๆ
Tags: education, english, อังกฤษ9 Comments

แลดูยากนิดๆเนอะคะ ถ้าแบบต้องทำๆ 55+ แต่ถ้าต้องทำก้ต้องทำ เอ๊ะ? สับสนในตัวเอง...กร๊ากก (น้องคุง : แกมาบ่นอารัยย)
#1 By Revamp on 2008-10-12 11:04